"style we can’t buy" ของพวกเราคนนี้

‘เธอ’ ชอบมีไอเท็มแปลกที่น่าสนใจ

ชอบเอาของเก่ามาใส่ให้กลายเป็นของใหม่

บางช่วงก็ชอบใส่สูทตัวใหญ่ๆ โคร่งๆ

บางทีก็ใส่เดรสหวานๆ ผสมความเซ็กซี่นิดๆ

แต่สุดท้าย ‘เธอ’ ก็ยังคงสไตล์ความเท่เอาไว้

อาจเป็นเพราะ...

 

 

 

 

 

7 things about TUN  

Signature Style

มันขึ้นอยู่กับว่าตอนนั้นเราอินกับอะไร เพราะเราชอบใส่หลายๆ สไตล์ แต่หลักๆ เราชอบใส่อะไรที่ oversized, masculine และไม่ชอบใส่อะไรที่รัดรูป...เสื้อยืด เสื้อเชิ้ต กางเกงยีนส์ไซส์ผู้ชาย เป็นสิ่งที่เราใส่บ่อยมาก แล้วเราจะใส่ไอเดีย ลูกเล่นเพิ่มลงไปในลุคของแต่ละวันเอาเอง อย่างบางวันที่เราอาจจะใส่ท่อนบนหวานหน่อย เราก็จะแมทช์กับยีนส์เซอร์ๆ และรองเท้าผ้าใบ สะพายกระเป๋าวินเทจ อะไรประมาณนั้น

.

ถ้าใครที่ติดตาม IG เราอยู่ ก็จะรู้ว่าสิ่งที่เราเป็น มันเปลี่ยนไปทุกวันจริงๆ

ถ้าใครรู้จักตั้น ก็จะรู้อีกนั่นแหละว่าสไตล์เรามันเปลี่ยนไปทุกวัน วันนี้เราอาจจะใส่ลุคนี้ อีกวันเราก็จะใส่ลุคอะไรที่มันแตกต่างออกไปเลย มันขึ้นอยู่กับอารมณ์ ณ ตอนนั้น วันนั้น และอากาศในวันนั้นด้วย แล้วที่สำคัญ ต้องดูกาลเทศะ สถานที่ที่เราจะต้องไป และคนที่เราจะต้องเจอ

.

แต่สุดท้ายสไตล์มันอยู่ที่ความชอบของเรา ความพอใจในแต่ละวันของเรา จนเราไม่รู้ว่าจะเรียกว่าสไตล์อะไร ถ้าถามว่าชอบเสื้อผ้าของยุคไหน เราชอบยุค 70s ที่มีความเป็นโบฮีเมียน กางเกงข้าม้า เสื้อถักโครเชต์ มีความเซอร์ๆ ยิปซีๆ หน่อย นั่นแหละเราชอบ ส่วนสไตล์ที่เราคิดว่าไม่น่าจะเข้ากับตัวเองเลยก็คือ มินิมอล อันนี้บอกเลยว่าไม่ถนัด 555

 


 

Icon Style

ไม่มีเลยค่ะ จริงๆ มันอยู่ที่ว่าตอนนั้นเราชอบคนไหน คือแต่ละคนจะมีข้อดีของเขา เราก็เลยเลือกหยิบมาอย่างละนิดอย่างละหน่อย เอามาปรับใส่เข้ากับสไตล์ของเรา

 

New Item vs Old Item

เราไม่ค่อยได้ดูนะว่าชิ้นไหนเก่า ชิ้นไหนใหม่ หรือวันนี้ต้องของใหม่ทั้งลุคอะไรแบบนั้น ส่วนมากในแต่ละวัน เราจะดูสี ดูโครงสร้างของชิ้นนั้นๆ ก่อน คือจริงๆ แล้ว แค่ชิ้นไหนที่เราชอบ เราก็เอามามิกซ์ๆ กัน ให้ได้ลุคของวันนั้นแค่นี้เอง

 

In her closet

สีที่เยอะที่สุดในตู้เสื้อผ้าคือ 'สีดำ' แทบจะทุกๆ วัสดุ ทั้งหนังสีดำ เมทัลลิกสีดำ งานขนสีดำ สีดำเกือบทุกอย่างนั่นแหละค่ะ เพราะเรารู้สึกว่าสีดำมันใส่ง่ายดี ส่วนไอเท็มที่มีเยอะมากในตู้เลยนะ คือ 'กางเกงยีนส์' ค่ะ มีเกือบร้อยกว่าตัว มีทั้งตัวที่ทรง สี เดิมๆ คล้ายๆ กันก็มี หรือแบบที่เอามาตกแต่ง ใส่สี ตัดให้ขาด บ้างก็มี คือเราชอบใส่กางเกงยีนส์มาก เพราะกางเกงยีนส์แมทช์กับรองเท้าได้ทุกสไตล์เลย ส่วนแบรนด์ในดวงใจก็ต้องลีวายส์ค่ะ ใส่แล้วเข้าหุ่นดี

 

 

tun’s hidden place

ที่ daikanyama ประเทศญี่ปุ่นค่ะ ปกติเราชอบไปญี่ปุ่นมากอยู่แล้ว เราชอบผู้คน ชอบคัลเจอร์ ชอบอาหาร ชอบการแต่งตัว ชอบอากาศ...เราชอบไปมองดูคน มองดูบ้านเมืองของเขา ดูแล้วเราก็ได้ inspiration กลับมา ส่วน daikanyama เป็นเมืองที่ชอบไปมากๆ โดยเฉพาะ daikanyama t-site เขามีร้านหนังสือขนาดใหญ่อยู่ที่นั่น เราสามารถเข้าไปอยู่ในนั้นได้ 3-4 ชั่วโมงเลย  คือเปิดอ่านได้เรื่อยๆ มีแต่หนังสือที่น่าสนใจ

Instagram @anythingbutlame and @pennyypincher

จริงๆ เราเริ่มจากการทำแบรนด์ชื่อ "pennyy pincher" กับเพื่อนค่ะ สินค้าของแบรนด์นี้ จะเน้นตามความต้องการของตลาด ก็คือเป็นผู้หญิงๆ หน่อย ทีนี้พอทำมาเรื่อยๆ เราก็รู้สึกว่าอยากจะมีอีกแบรนด์หนึ่งที่เป็นตัวตนของเราจริงๆ ไม่ต้องตามตลาดมากไป ก็เลยเกิดแบรนด์ "anything but lame" ขึ้นมา เริ่มจากการขายเสื้อผ้ามือสองของเราเองก่อนค่ะ ถ่ายลงเอง สไตลิ่งตามสไตล์ตัวเอง แล้วปรากฏว่าผลตอบรับดี คือเสื้อผ้าของเราจะมีชิ้นเดียว เขาก็เลยน่าจะชอบกัน แต่ก็มีช่วงหนึ่งที่เราออกแบบเสื้อผ้าเองบ้าง อย่างพวกงานเพ้นท์ งานปัก สร้างลาย พิมพ์ลาย หรือตัดต่อผ้าเอง เราต้องการให้เสื้อผ้าของเราดูเป็นงาน handmade เพราะเมื่อผลิตออกมาแล้ว ในแต่ละชิ้นก็จะมีความพิเศษที่สุด เป็นตัวเราที่สุด แต่รู้สึกว่าสิ่งที่เราชอบกับสิ่งที่คนอื่นชอบมันอาจจะไม่แมทช์กัน เราก็เลยปรับเปลี่ยนมาเป็นพวกแอคเซสซอรี่ พวกเครื่องประดับวินเทจ แล้วกลายเป็นว่าผลตอบรับออกมาดีกว่า ก็เลยขายต่อมาเรื่อยๆ จนถึงปัจจุบันค่ะ จริงๆ ส่วนตัวเราเองก็ชอบของวินเทจอยู่แล้วด้วย

.

“ของที่เราขายมันอาจจะเฉพาะกลุ่มนิดนึง อาจจะไม่ได้ขายดีมาก หรือขายออกเร็วมาก แต่มันเป็นสิ่งที่เราชอบ เราก็อยากให้คนที่มาดูเรา หรือดูร้านเรา ชอบอะไรเหมือนๆ เรา ได้รู้จักเรา จากของๆ เราด้วยค่ะ”

 

https://youtu.be/IeBasdzCAL

 

 

 

Must-have fashion item for december:

ไอเท็มที่ชอบที่สุดคือ นาฬิกา ค่ะ เป็นชิ้นที่ซื้อมาแล้วไม่เคยคิดจะขายเลย...

ชิ้นใหม่ล่าสุดที่มีก็เป็นนาฬิกานี่แหละค่ะ เพิ่งซื้อมาเลย เป็น Rolex วินเทจ  ตัวนี้เราชอบความเป็น two-tone ของมัน รู้สึกว่าใส่กับชุดไหนก็เข้า ที่สำคัญเป็นนาฬิกาทรงผู้ชายแบบที่เราชอบด้วย ตัวเรือนใหญ่ดี

 

5 Items in her Everyday Life

- โทรศัพท์มือถือเป็นสิ่งแรกค่ะ เอาไว้ติดต่อคุยงาน ตอบไลน์นู่นนี่

- ลิปมัน เพราะเป็นคนปากแห้งมาก ขาดไม่ได้เลย วันไหนลืมเอามาคือซื้อใหม่ทันที

- แว่นกันแดด เป็นคนชอบใส่แว่นกันแดดมาก ตอนนี้ชอบใส่ของแบรนด์ Celine ทรงสวย กันแดดดี อีกอย่างคือเราชอบนั่งมอเตอร์ไซค์ ถ้าไม่ใส่ก็จะตาแห้งเลย

- น้ำเปล่า ต้องพกตลอด ถ้าใครรู้จักเราก็จะรู้ว่าเป็นคนที่ต้องพกขวดน้ำตลอดเวลา เป็นคนกินน้ำเยอะ

- อย่างสุดท้าย กุญแจบ้าน ค่ะ :)

Follow tun’s style, here…

Instagram: @itsnaree @anythingbutlame @pennyypincher

 

 

 

Special thanks:

"Middle bar Bangkok"

40/1 Sukhumvit 36 (Naphasap 1 Soi) Khlongtan Bangkok 

Tel.: 094 156 6166

Instagram: @MiddlebarBangkok

Facebook: Middle bar Bangkok

e-mail: MiddlebarBangkok@gmail.com 

ปกติเรามักจะได้รู้หรือได้ยินเรื่องการเลือกทรงผมให้เข้ากับใบหน้า เพื่อเป็นการแก้ไขและปรับแต่งจุดเด่นจุดด้อยของโครงหน้าให้ดูดีขึ้นได้ 
ครั้งนี้ LOOKER ขอเปลี่ยน จากการเลือกทรงผมที่เหมาะกับลักษณะใบหน้าของแต่ละคน ให้กลายมาเป็นการเลือกทรงผม ตาม MOOD และ STYLE ในแต่ละวันแทน เพราะอย่างที่รู้กัน ว่าทุกวันนี้ เขาอัพเดทเทรนด์กันเป็นนาทีๆ วันนี้ MOOD นี้ พรุ่งนี้ MOOD ไหน???

---------------------------------------------------------------------------------------------------------

A MAN LINE
หลายคนไม่รู้ว่าถ้าจะแสกผมให้เท่ จุดที่แสกควรเป็นบริเวณไหนดี เพื่อให้รับกับใบหน้าจุดที่เหมาะกับการแสกผมคือช่วงกลางของคิ้ว แล้วเขยิบชิดเข้าไปใกล้จมูก เรียกง่ายๆ ว่าคือเกือบตรงกลาง ระหว่างหัวคิ้วถึงกลางคิ้วอีกที (งงมั้ย) PRODUCT ที่เหมาะกับผมทรงนี้คือ POMADE สำหรับผู้ชายที่มีความยาวเล็กน้อยและหยักศกนิดๆ MOOD ที่ตรงที่สุดคงหนีไม่พ้นอารมณ์ BAD BOY กึ่งๆ ROCKABILLY นิดๆ เมื่อเป่าผมจนแห้งด้วยไดร์และหวีกลมแล้ว ลูบเนื้อ POMADE ไปที่เส้นผมในลักษณะเสยขึ้นด้านบนให้ทั่ว จากนั้นใช้หวีแสกบริเวณที่บอกข้างต้น ก่อนปาดผมขึ้นไปแบบไม่ต้องให้ถึงกับเรียบสนิท เพื่อให้ผมมีวอลลุ่มกำลังดีไม่ลีบแบน

---------------------------------------------------------------------------------------------------------

WIND BLOW
ตรงตัว ลองนึกถึงอารมณ์นั่งอยู่ริมทะเลแล้วลมพัดผมปลิวเบาๆ นั่นแหละคือผมทรงนี้ เหมาะสำหรับคนที่มีผมเส้นใหญ่ หนาและตรง พรางสายตาด้วยการเป่าเบาๆ หลังสระผม ไม่ใช้การไดร์ให้แห้งโดยตรง จากนั้นจับเส้นผมเป็นช่อๆ เฉพาะด้านหน้าก่อนใส่ PRODUCT อย่าง WAX ที่ฝ่ามือและปลายนิ้วมือ ก่อนจับผมไล่ตวัดไปเป็นหางตัว S ก่อนจับเซ็ตให้เข้าที่ดูเป็นธรรมชาติอีกครั้ง ลุคนี้สามารถเติมหมวกเข้าไปได้ เพียงแค่โชว์ให้เห็นผมด้านหน้าเล็กน้อย ให้ดูไม่ตั้งใจเหมือนเพิ่งกลับจากการพักผ่อนแบบ CRUISE ในช่วงหยุดยาว  

---------------------------------------------------------------------------------------------------------

ELEPHANT TRUNK
ลูกผสมระหว่างความเท่คลาสสิคในแบบ JAMES DEAN และ JOHN TRAVOLTA ทรงผมที่เหมาะสำหรับ MOOD หัวโจก เท่นุ่มลึก แต่มีความกะล่อนร้ายแฝงอยู่ ที่เรียก ELEPHANT TRUNK ง่ายๆ เลยคือให้นึกถึงหางช้างที่ตกลงมาตรงช่วงกลางหน้าผาก ลักษณะการเซ็ตอัพคล้ายกับการใช้ POMADE แต่ผมทรงนี้เหมาะกับการใช้ GEL ที่ให้ความรู้สึกเปียกและมันเงา วิธีการทำผมทรงนี้คือหลังจากหวีเสยเก็บขึ้นไปหมดแล้ว ใช้ปลายหวีสะกิดผมออกมาเล็กๆ น้อย ก่อนจับเซ็ตด้วย GEL อีกครั้งให้ได้รูปทรงตามที่ต้องการ 

---------------------------------------------------------------------------------------------------------

NERDY MESSY

งานค้างต้องส่ง ลงสมัครประธานนักเรียน อ่านเขียนเกินวันละ 8 คำ เป็นผู้นำชุมชน ยุ่งจนหัวกระเซิง WAX สำหรับจัดทรงเนื้อแมทด้าน ไม่มันเงา ดูเหมาะที่สุดสำหรับลุคนี้ ง่ายๆ เพียงหลังจากสระผมและเช็ดให้หมาดๆ ก่อนเป่าให้เกือบแห้งสนิท ใช้ WAX อุ่นที่มือเล็กน้อย ก่อนขยำให้ทั่วหัว จับเซ็ตตามชอบข้อดีของ WAX เนื้อนี้คือสามารถจับเปลี่ยนทิศทางของแนวผมที่เซ็ตไว้ได้ในระหว่างวัน เพียงแค่ขยี้ๆ สางๆ จับๆ จบ เหมาะกับคนที่มีเวลาน้อย ยุ่งๆ แต่ชอบแอบ CHECK ตัวเองอยู่ตลอดว่าหลอกสาวๆ ว่าเนิร์ดๆ เซอร์ๆ สำเร็จหรือไม่ 

---------------------------------------------------------------------------------------------------------

MILITARY BEHAVED

เรียกว่าเป็นทรงได้หรือเปล่าไม่แน่ใจ แต่เหมาะกับคนที่ไม่มีเวลา (สระผม) ผมสั้นเกรียน หรือนึก MOOD ใดๆ ไม่ออก รู้แค่ว่าอยากจะแต่งเต็ม ง่ายๆ ด้วยการเพิ่มหมวก อย่างทรง BEANIE ที่มีให้เลือกทั้งแบบหนาและแบบบาง สำหรับอากาศบ้านเราที่เป็นเมืองร้อน แนะนำให้เลือกแบบบางมาใส่ หรือเป็นไหมพรมแบบถักที่ระบายอากาศได้ดี ไม่ทำให้อบร้อนจนเกินไป นอกจากจะช่วยปกปิดและช่วยให้ความอบอุ่นในช่วงหน้าหนาวที่ (หวังว่า) กำลังจะมาถึง ยังช่วย COMPLETE LOOK ให้เต็มขึ้นได้โดยไม่ต้องทำการเซ็ตผมใดๆ 

---------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

#LOOKERGROOMINGGUIDE 

MODEL: NONTAPHAT CHUENWARIN

#LOOKERTHROWBACK 
ข้อมูลจาก คอลัมน์ SCOOP, LOOKER MAG 032 BEST IN BLUE

ความคลาสสิกของ ‘เดนิม’ เป็นสิ่งที่อยู่ยงคงกระพันมาตั้งแต่ ศตวรรษที่ 18 จนเราต้องนำกลับมาพูดถึงอยู่บ่อยๆ เพราะกระแสของเดนิมไม่เคยหายไป แต่กลับมีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจ ภาพลักษณ์ของเดนิมที่เมื่อก่อนถูกแสดงออกในลุคของความไม่เป็นทางการ ผู้ชายแบดบอย และความดิบเซอร์ ได้ถูกอัพสเกลขึ้นมาให้ดูดีมีระดับมากขึ้น ดูสุภาพมากขึ้น และมีสไตล์หลากหลายมากขึ้น ด้วยองค์ประกอบและเทรนด์ต่างๆ ที่ผ่านเข้ามา ทำให้ denim lover หลายคนกลายเป็นสุภาพบุรุษได้ ถึงแม้ว่าจะนำยีนส์เก่าสภาพโหดมาใส่กัน

The denim talk

เรื่องของเดนิม ถึงแม้ว่าจะเป็นสิ่งที่อยู่กับเรามาเกือบทั้งชีวิต แต่เพราะเรื่องราวของเดนิมที่มีมาอย่างยาวนาน ทำให้เรายังมีข้อสงสัยอีกมากมายเกี่ยวกับเดนิม ซึ่ง Looker ก็ได้ไปรู้จักกับพี่ชายคนหนึ่งซึ่งก็คือ พี่ปุ๊ ที่เราเห็นว่าเขาเป็นคนรักเดนิม และยีนส์อย่างมาก เป็นนักสะสมยีนส์คนหนึ่งที่น่าเชื่อถือเราจึงได้ไปสัมภาษณ์พร้อมสอบถามข้อสงสัย ซึ่งเราคิดว่าความคิดเห็น และความรู้ของเขาน่าจะเป็นประโยชน์ของใครหลายๆ คนที่สนใจในเรื่องเดนิม

กางเกงยีนส์อเมริกา และยีนส์ญี่ปุ่นต่างกันอย่างไร?

“ถ้าถามยีนส์อเมริกาดีกว่า ยีนส์ญี่ปุ่นไหม ถ้าถึงยุคปฎิเสธไม่ได้มันคือ มีอารมณ์ การสะสม มิติของกาลเวลามาเกี่ยวข้อง ต้องดูว่า ยุคเก่าใหม่ยังไงด้วย ถ้าถามที่ผลิตกันอยู่เนี่ยตอนนี้ ผมว่าไม่ต่างกัน เพียงแต่อเมริกัน เขามีวิวัฒนาการ เริ่มต้นค้นหาทำผ้าเดนิม มาเป็นกางเกงยีนส์ มันมีประวัติศาสตร์ในตัวมันเองเป็น 100 ปี แต่ญี่ปุ่นเขาก็เริ่มผลิตยีนส์ตั้งแต่ช่วงยุค 50s เหมือนกัน เริ่มเข้าไปเสาะหาซัพพลายเออร์ในอเมริกา ดีไซเนอร์ญี่ปุ่นหลายคนไปฝังตัวอยู่ที่อเมริกา แบรนด์ญี่ปุ่นใหญ่ๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงนั้นก็ไปเริ่มที่อเมริกาเหมือนกันอย่าง big john, Edwin, Blueway, john bull เพียงแค่ว่ามันคือความภาคภูมิใจในเนื้อหา ที่เราได้ใส่กางเกงยีนส์ที่เป็นเจ้าต้นตำหรับ หากถามเรื่องคุณภาพ ถ้าผลิตปีเดียวกัน ให้เลือกระหว่างยีนส์อเมริกา กับญี่ปุ่น ผมว่าดูที่งบในกระเป๋ากางเกง กับทรงที่ชอบเป็นหลัก ถูกใจตัวไหนเลือกตัวนั้นเลย”

 

ผ้า chambray ใช่ ‘เดนิม’ ไหม?

“ไม่ใช่ครับ ผ้า chambray เป็นผ้าที่ฝรั่งเศสคิดค้นขึ้นเหมือนกับเดนิม ผ้า chambray คือผ้าชนิดหนึ่งที่เป็นคอตต้อน ทอออกมาเป็นสีฟ้าสลับขาว สองเส้นที่ทอขึ้นเกิดจากเส้นแรก ด้านปั่นเกลียวสีขาวไปย้อม indigo แล้วมาทอรวมกับเส้นสองด้ายขาวเพียวๆ ออกมาดูดิบสวยทนทาน”

พูดถึงเรื่องน้ำหนักของกางเกงยีนส์

“กางเกงยีนส์ที่มีน้ำหนักต่างกันจะมีฟังค์ชั่นการใช้งานไม่เหมือนกัน ส่วนตัวผมชอบ 14 ออนซ์ เพราะเวลามันเฟดแล้ว มันสวยกว่าผ้าน้ำหนักมากและสบายกว่า แต่ถ้าอีกกลุ่มหนึ่ง หากทำงานกลางแจ้งและชอบขับมอเตอร์ไซค์อาจจะเลือก 18-21 ออนซ์ขึ้นไปเพื่อป้องกันอุณหภูมิความร้อนของเครื่องยนต์ หรือเพื่อความทนทาน ส่วนกางเกงยีนส์ที่น้ำหนักเบา เหนียว ระบายความร้อนได้ดี แห้งง่าย ราว 8 ออนซ์ ก็จะมีประโยชน์กับคนที่ต้องการความยืดหยุ่น อย่างเช่นกางเกงกะลาสีทหารเรือ การเลือกน้ำหนักของกางเกงยีนส์ มันขึ้นอยู่กับการใช้งานเป็นหลัก”

นอกเหนือจาก Levi’s แบรนด์ไหนคือแบรนด์ที่ดีอีกบ้าง?

“ตอบยากเหมือนกัน ส่วนใหญ่แล้วเวลาเลือกซื้อกางเกงยีนส์ ผมดูผ้าเป็นหลักแล้วก็ดึงงัดออกมาดูทรง ว่าเราใส่มันสวยมั้ย ตามด้วยแบรนด์ แบรนด์คือสิ่งที่ผมจะดูอันดับสุดท้าย ผมให้โอกาสแบรนด์ใหม่ๆ เสมอ ถ้าไม่ให้โอกาสแบรนด์ดังๆ หลายแบรนด์ในทุกวันนี้ก็อาจจะไม่เกิด อย่าง Mister Freedom Warehouse Denime Sewing Chop”

การ fade ของเดนิม ทำอย่างไรถึงจะสวย?

“ผมว่าสำหรับคนที่ซื้อยีนส์ผ้าดิบไป แล้วอยากให้มันเฟดสวยๆ เนี่ย อย่าไปกังวลอะไรมาก เก็บซ่อนแม่ให้ดีก็พอ แต่ว่าอย่าซกมกอย่าไปหมกในตะกร้า ให้แมลงวันบินตอม ใส่เสร็จก็ไปผึ่งลมให้มันได้ระบายอากาศ ถ้าเกิดคิดว่า มันเหนียวแล้ว มันมีกลิ่นแล้ว ใส่มาสักพักแล้ว ก็ให้กลับด้าน ตากแดดสักครั้งหนึ่ง แล้วค่อยมาใส่ ถ้าไม่ไหวจริงๆ ค่อยซัก ซึ่งแต่ละคนก็จะคิดไม่เหมือนกันว่าเมื่อไหร่ต้องซัก การเฟดของยีนส์มันเกิดจากความมันที่เราสัมผัสโน่นนี่มา ไปโดนกางเกงยีนส์ แล้วเกิดความเงา เหงื่อหรือน้ำมันจากตัวเราทำปฎิกิริยาให้สี indigo ของด้ายมันเปลี่ยนไป แถมการซักผ่านการซักน้ำร้อน น้ำเย็น แล้วอบแห้ง มันจะเกิดการฟูของผ้ากลับขึ้นมาหรือหดลงไป บางครั้งสิ่งที่สะสมอยู่ ยังฉาบด้วยสิ่งสกปรกนั้นอยู่บ้างเล็กน้อย แล้วมันจะเกิดมิติของความเก่าและใหม่ในตัวมันเอง ผมว่าถ้าบ้านใครไม่มีเครื่องซักน้ำร้อนไม่มีเครื่องอบผ้า วิธีซักที่ปลอดภัยที่สุด คือการแช่น้ำเปล่า ให้พวกสิ่งสกปรกค่อยๆ กร่อนออกมา แช่ไปเรื่อยสักคืนแล้วเปลี่ยนน้ำอีกคืนถ้าสกปรกมาก แช่น้ำเสร็จ ถ้ามีเครื่องปั่นหมาดก็เอาไปปั่น ถ้าไม่มีก็บิด แล้วกลับด้านตากทุกครั้ง ผึ่งลม อาจจะมีแดดบ้างเล็กน้อยสักครึ่งวัน เท่านี้กางเกงก็สวยครับ”

การใส่เดนิม แต่งตัวอย่างไรให้ดูดี?

“วิธีการที่ง่ายของผม ผมจะดูในเรื่องของวงจรสี ยีนส์เป็นสีธรรมชาติ อาจจะมีทั้งน้ำเงินน้ำทะเลลึก น้ำทะเลใสๆ อย่างสีฟ้า แล้วมองไปรอบๆ น้ำทะเล ธรรมชาติของมันมีอะไรบ้าง มีต้นไม้ มีฟ้า หรือมีประการัง แล้วดึงสีตรงนั้นมาใส่กับยีนส์ของเรา แต่งให้มีจังหวะความเข้มอ่อนของสี ใส่กางเกงยีนส์เข้ม ก็ใส่เสื้อสีอ่อนบ้าง หรือแจ็คเก็ตเข้ม ก็เสื้อยืดสีอ่อนบ้าง ส่วนเรื่องเครื่องประดับ ถ้าถามผม ผมว่า เครื่องเงินคู่กับเดนิมสวย หรือไม่ก็พวกของที่มาจากธรรมชาติ พวกไม้ กะลา หิน หรือไม่ก็พวกโลหะ อย่างทองแดงก็สวย หนังกับยีนส์ก็เข้ากันได้ อะไรที่มันมาจากธรรมชาติจะเข้ากับยีนส์ได้ และดูสวยหมด สุดท้ายมีครบก็ต้อง how to wear ละ”

ใส่กางเกงยีนส์ ต้องหวีผม slicked back?

“ไม่จำเป็นหรอก ทำทรงผมที่มันเข้ากับหน้าเรา เข้ากับสไตล์เรา แล้วอย่าหลอกตัวเองก็พอ เพียงแค่ว่าการใส่กางเกงยีนส์ มันก็แสดงถึงความเป็นอเมริกัน ก็อาจจะทำให้ทรงผมที่มาจากทางตะวันตกหล่อขึ้น แต่มันจะเป็นทรงอะไรก็ได้ ผมสั้นก็หวีเสย ผมบ็อบก็ปล่อย ผมยาวก็เป็นแบบฮิปปี้ได้”

ต้องหุ่นแบบไหน ถึงใส่กางเกงยีนส์สวย?

“รูปร่างสันทัดกำลังดี ผมชอบกางเกงยีนส์จิ๊กโก๋ แบบใส่มาแล้วช่วงก้นแน่นๆ ใส่กางเกงให้พอดี แบบนี้สวยแต่หาใครก้นแฟ่บก็ต้องพราง ให้ช่วงเอวพอดี สะโพกพอดี ก็จะช่วยได้ บุคลิกก็สำคัญสำหรับการใส่ยีนส์ บางคนก็ใส่สวยเพราะบุคลิก ส่วนตัวผมชอบผู้ชายใส่สกินนี่สวยยาก ผมไม่ค่อยชอบผู้ชายที่ใส่สกินนี่ยีนส์ แต่ก็จะมีบางคนที่ใส่ได้สวยจริงๆ แบบนั้นก็ต้องยอมรับ”

สุดท้ายแล้ว เดนิม ต้อง เป็นสีน้ำเงินเท่านั้น?

“คือคำว่า เดนิม ต้องเป็นสีน้ำเงิน แต่หากเรียกเป็นยีนส์มันมีทั้งสีดำ สีขาว สีอื่นๆ ผมว่ากางเกงยีนส์สีๆ ก็เป็นสีที่มาจากธรรมชาติถึงสวย ยีนส์สีแดง ก็เหมือนโขดหินที่แดงแปร๊ดที่เคยเจอตอนไปเที่ยวภูเขา ซึ่งก็สามารถนำเรื่องวงจรสีมาใช้ได้เหมือนกัน กางเกงยีนส์สีก็เป็นสิ่งที่น่าเก็บ ผสมได้เยอะ มันเป็นวิวัฒนาการที่น่าสนใจ กางเกงยีนส์พวกนี้ใส่หน้าร้อนสวย เห็นแล้วสนุกดี”

“สำหรับคนที่คิดว่าจะใส่ ยีนส์ต้องใส่ยีนส์วินเทจ ยีนส์เก่าเท่านั้น ผมว่าเขาใจแคบเกินไป”

Special Thanks to พี่ปุ๊ – อิศเรศ จันทรวดี

YOUR WEEKLY DOSE OF CHEEZE-LOOKER

What you love. We serve. Enter your email for weekly news Subscribe

or
 

Newsletters

Contacts

©2017 CHEEZE-LOOKER.COM

Scroll